ส่องคดีร้อน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ: สกัดข่าวปลอมหรือละเมิด?

26 ตุลาคม 2568 — กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ออกคำสั่งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ปิดกั้นโดเมนเว็บไซต์จำนวน 42 แห่งซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการให้บริการการพนันออนไลน์และเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมาย โดยการแถลงข่าวจัดขึ้นที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามอำนาจตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อสกัดกั้นความเสียหายทางสังคมและด้านเศรษฐกิจ

ในเวทีแถลงข่าว นายสมชาย สิงห์สม โฆษกกระทรวงฯ ระบุว่า กระบวนการปิดกั้นมาจากการตรวจพบพฤติกรรมการให้บริการที่เข้าข่ายความผิดทั้งการส่งเสริมการพนันผิดกฎหมายและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อประชาชน โดยเอกสารคำสั่งอ้างถึงการสืบสวนร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ และหนังสือแจ้งไปยังผู้ให้บริการโครงข่ายเพื่อดำเนินการทางเทคนิค

การใช้ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ในการติดตามและสั่งปิดเว็บไซต์ลักษณะนี้เชื่อมโยงกับนโยบายปราบปรามเว็บพนันที่เคยถูกหยิบยกและอภิปรายในวงสาธารณะโดยอดีตรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องหลายคน เช่น ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าการบังคับใช้ครั้งนี้เป็นการดำเนินการเชิงเทคนิคและกฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวกับการเซ็นเซอร์เนื้อหาโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ

ฝ่ายประชาสังคมและนักกฎหมายบางส่วนออกมาแสดงความกังวลต่อการใช้ดุลพินิจของหน่วยงานรัฐ โดยนายสมบัติ ขันติ ผู้อำนวยการสมาพันธ์สิทธิออนไลน์ ระบุว่าการสั่งปิดกั้นควรมีคำสั่งศาลหรือหลักฐานชัดเจน และต้องเปิดช่องทางให้ผู้ถูกสั่งปิดดำเนินการอุทธรณ์ได้อย่างเป็นธรรม หากไม่เช่นนั้นอาจกระทบเสรีภาพในการแสดงความเห็นและสิทธิส่วนบุคคล

จากแถลงการณ์ของ DES ระบุด้วยว่า หลังคำสั่งปิดกั้น ทางกระทรวงจะติดตามผลการบังคับใช้เชิงเทคนิค เช่น การบล็อกผ่าน DNS/IP หรือการตัดการเข้าถึงระดับผู้ให้บริการ ขณะเดียวกันจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมหลักฐานต่อเนื่องและเตรียมส่งฟ้องหากพบความผิดตามประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เกี่ยวข้องกับเว็บพนันอย่างไร

พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ถูกใช้เป็นกรอบกฎหมายในการดำเนินคดีกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูล เช่น การเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมาย การสนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย รวมถึงแพลตฟอร์มที่ใช้เป็นช่องทางให้เกิดการกระทำผิด เช่น การพนันออนไลน์ หากหน่วยงานพบว่าเว็บไซต์ใดมีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ก็สามารถรวบรวมหลักฐานและยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่มีอำนาจเพื่อสั่งปิดกั้นหรือนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ขั้นตอนการดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ (สรุป)

1) รับเรื่อง/แจ้งเบาะแส: หน่วยงานรัฐหรือประชาชนแจ้งเหตุการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

2) สืบสวนและรวบรวมหลักฐาน: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพฤติการณ์ ความเชื่อมโยงของโดเมน/เซิร์ฟเวอร์ และรวบรวมข้อมูลทางเทคนิค

3) ประเมินความผิดตามกฎหมาย: ตรวจสอบว่าพฤติการณ์เข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายการพนัน

4) ขอคำสั่งทางกฎหมาย: กรณีจำเป็นจะยื่นคำขอไปยังอัยการหรือศาลเพื่อขออนุญาตสั่งปิดกั้น หรือออกคำสั่งในอำนาจของหน่วยงานตามที่กฎหมายเปิดไว้

5) แจ้งผู้ให้บริการและดำเนินการทางเทคนิค: หน่วยงานแจ้งผู้ให้บริการเครือข่าย (ISP/Registry) ให้ดำเนินการบล็อกโดยวิธี DNS Blocking, IP Blocking หรือวิธีการอื่นตามที่กำหนด

6) ติดตามและประเมินผล: ตรวจสอบผลการปิดกั้นและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีหากจำเป็น พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ถูกสั่งปิดยื่นคำร้องอุทธรณ์

การดำเนินงานตามขั้นตอนดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่มีการตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส ความชอบด้วยกระบวนการยุติธรรม และผลกระทบต่อสิทธิพื้นฐานของประชาชน ขณะที่หน่วยงานรัฐยืนยันว่าการใช้มาตรการต้องมีกรอบกฎหมายรองรับและมุ่งเป้าไปที่การป้องกันผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม

สถานการณ์นี้จะถูกจับตาต่อไปในสัปดาห์หน้า เมื่อศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจได้รับคำร้องเพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งปิดกั้น และองค์กรภาคประชาสังคมประกาศเตรียมส่งคำร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการ